ท่ามกลางเสียงจอแจของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่ต่างพากันตะโกนโหวกเหวกโฆษณาสินค้าของตนเอง เด็กน้อยร่างซูบผอม สวมหมวกเก่าๆสีน้ำตาลแก่ เสื้อผ้าสกปรกมอซอและขาดรุ่งริ่งเป็นบางแห่ง เดินลัดเลาะผ่านผู้คนที่สัญจรไปมาอย่างคล่องแคล่ว สายตาจับจ้องอยู่ที่จุดเดียว นั่นคือแผงร้านค้าขายขนมปังและเครื่องดื่มสารพัดชนิด
เด็กน้อยเข้าใกล้แผงร้านค้าได้อย่างไม่เป็นที่สังเกตจากเจ้าของร้าน อาจเป็นเพราะร่างกายที่เล็กกว่าเด็กในรุ่นเดียวกันและความคล่องแคล่วว่องไวของเขา มือน้อยๆเอื้อมสูงขึ้นไปบนแผงก่อนหยิบฉวยเอาขนมปังขนาดย่อมหนึ่งก้อนก่อนจะดึงกลับลงมาสู่เจ้าของมือข้างนั้นที่ซ่อนอยู่ข้างใต้แผง เขาจัดการกับขนมปังก้อนนั้นจนหมดในเวลาเพียงไม่นาน ก่อนที่จะจดจ้องอยู่กับการเคลื่อนไหวของขาเจ้าของแผงเพื่อหาจังหวะขโมยขนมปังก้อนถัดไป
นั่นไง... ขาของเจ้าของแผงที่เดินกะโผลกกะเผลกเล็กน้อยเนื่องจากอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อนที่แกต้องสูญเสียขาไปหนึ่งข้างจนต้องใส่ขาไม้เทียมแทนหันกลับไปง่วนอยู่หน้าเตาอบขนมปังอีกครั้ง เด็กน้อยค่อยๆโผล่หัวออกมามองดูว่ามีใครมองมายังจุดที่เขาซ่อนตัวหรือไม่ เมื่อพบว่าไม่มีใครสนใจเขา จึงเริ่มเอื้อมมือไปหยิบขนมปังอีกก้อน มือน้อยๆส่ายสะเปะสะปะไปบนแผงไม้ที่มีขนมปังสดใหม่วางเรียงราย ยังไม่ทันที่จะได้สัมผัสถึงความอบอุ่นจากขนมปังร้อนๆจากเตา ก็มีอีกหนึ่งสัมผัสที่แห้ง หยาบกร้าน และเรี่ยวแรงมหาศาลที่บีบกำข้อมือเขาแน่น
"ไอ้เด็กเวร" เจ้าของแผงขนมปังออกแรงฉุดร่างเด็กน้อยให้ออกมาจากที่หลบซ่อน "แกกล้าดีอย่างไรจึงมาขโมยขนมปังของข้า" เขาตวาดเสียงลั่น ใบหน้าของเจ้าของแผงขนมปังที่เคยดูคล้ายกับซาลาเปาก้อนกลมสีขาวกลับกลายเป็นสีแดงก่ำด้วยโทสะ ชายร่างท้วมในชุดพ่อครัวสีขาวเหวี่ยงร่างเด็กน้อยปลิวไปตามแรง เด็กน้อยกลิ้งไปกับพื้น ร่างกายเจ็บแปลบไปแทบทุกส่วน ข้อศอก หัวเข่ามีรอยถลอกและเลือดเริ่มซึมออกมา เจ้าของแผงขนมปังก้าวเข้ามาหาพร้อมหักนิ้วเสียงกรอบแกรบ
"ข้าก็ว่าทำไมช่วงนี้ขนมปังจึงได้หายไปหลายก้อนนัก ที่แท้ก็ฝีมือของเจ้าเองใช่ไหม"
"ขออภัยเถอะท่านพ่อค้า แต่ข้าต้องการเพียงขอแบ่งปันขนมปังบางส่วนให้ข้ากับแม่ที่อดอยากเพียงเท่านั้น" เสียงเล็กๆที่เปี่ยมไปด้วยการร้องขอ วิงวอนความเห็นใจออกมาจากปากของเด็กน้อย
"เฮอะ... นี่มันของซื้อของขาย ใช่ของที่จะเอามาแจกให้กับพวกขอทานยาจกอย่างเจ้าเสียเมื่อไหร่ ชดใช้ค่าขนมปังที่เจ้ากินไปเสียดีๆ"
"แต่... ข้าไม่มีเงิน"
เพี้ยะ!!!
ใบหน้าของเด็กน้อยสะบัดไปตามแรงของฝ่ามืออวบอูมของเจ้าของแผงขนมปังที่ตบหน้าเขา หมวกสีน้ำตาลแก่หลุดออกจากหัวของเด็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าเรียวยาวและเรือนผมแผ่สยาย แม้ว่าหากมองดูผ่านๆ เด็กน้อยวัย 14 คนนี้จะดูสกปรกมอซอก็ตาม แต่ใบหน้าของเด็กน้อยกลับงดงามคมคายยิ่งกว่าเด็กสาวรุ่นเดียวกันเสียอีก
กลุ่มคนที่เดินผ่านไปมาเริ่มชะลอฝีเท้าและหยุดมุงดูเหตุการณ์เป็นวงกลมรอบคู่กรณี
"ที่แท้ก็เป็นเด็กผู้หญิงเองรึ ข้านึกวิธีที่จะให้เจ้าสามารถชดใช้ค่าขนมปังได้แล้ว" ชายร่างอ้วนตุ้ยนุ้ยพูดขึ้น เขาคว้าข้อมือบอบบางของเด็กสาวแล้วฉุดกระชากลากถูไปยังแผงขนมปัง ก่อนที่จะใช้อีกมือคว้าเชือกมามัดข้อมือและเท้าของเด็กสาวไว้ ผ้าเช็ดมือผืนยาวก็ถูกนำมามัดปิดปากเด็กสาวเอาไว้มิให้ส่งเสียง แล้วรีบร้อนเก็บข้าวของอุปกรณ์การทำขนมปังและขนมปังที่ทำเสร็จแล้วเก็บลงหีบไม้ ลั่นกุญแจร้านแน่นหนาเรียบร้อยแล้วเขาก็ยกร่างเด็กสาวขึ้นพาดบ่า เด็กน้อยพยายามดิ้นรน แต่สองมืออวบอิ่มก็ไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ
"เจ้าจะพาเด็กนั่นไปไหนรึ" ชายคนหนึ่งในจำนวนผู้ที่มุงดูเหตุการณ์และยืนอยู่ใกล้พ่อค้าขนมปังมากที่สุดเอ่ยขึ้น
"ข้าก็จะพาเจ้านี่ไปให้ทางการลงโทษข้อหาลักขโมยน่ะซี" พ่อค้าขนมปังเอ่ยพลางออกเดิน กลุ่มคนที่มุงอยู่เริ่มคลายออกและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันเช่นเดิม
เมื่อคิดว่าลับสายตาผู้คนแล้ว พ่อค้าขนมปังปลีกตัวเดินเข้าตรอกเล็กๆไปตามเส้นทางที่ตรงกันข้ามกับเส้นทางที่จะไปยังที่ว่าการเมือง เขากำลังเดินทางกลับบ้าน ผ่านถนนหิน ต่อด้วยถนนดินลูกรังสีแดงเมื่อสิ้นสุดถนนหิน เขาเดินไปจนสุดทาง เด็กน้อยเองก็พยายามดิ้นรนขัดขืนและร้องอู้อี้เพื่อต้องการเป็นอิสระมาตลอดทางด้วยเช่นกันจนเริ่มอ่อนแรง
เมื่อพ่อค้าขนมปังหยุดเดิน เด็กน้อยเหลียวมองรอบตัวก็พบแต่เพียงบ้านไม้หลังเก่าแต่สภาพยังดูดีตั้งอยู่เพียงหลังเดียว พ่อค้าขนมปังหยิบกุญแจออกมาไขกลอนประตูบ้านหลังนั้น ก้าวเข้าไปและรีบปิดประตูบ้าน ลงกลอนแน่นหนา แล้วแบกร่างเด็กสาวไปยังเตียงนอนที่อยู่บนชั้นสองของบ้าน เขาโยนร่างเด็กสาวลงบนเตียงที่มีฟูกนอนที่ออกจะแข็งกระด้างเกินกว่าจะเชื่อได้ว่ามีไว้สำหรับนอนก่อนจะเดินเข้าไปหา เด็กสาวพยายามขยับตัวถอยหนีแต่ก็ทำไม่ได้เพราะพันธนาการที่แขนและขาเป็นอุปสรรค พ่อค้าขนมปังเดินมาถึงตัวเด็กสาว เอื้อมมือออกไปยังร่างของเธอ
เสื้อผ้าของเด็กสาวถูกฉีกขาดกระจายเป็นเศษผ้า!!!
สายตาของพ่อค้าขนมปังกลับกลายเป็นสายตาของสัตว์ป่าที่หื่นกระหายเมื่อเห็นร่างของเด็กสาวในสภาพเปลือยเปล่า ไม่เพียงแค่ใบหน้าของเด็กสาวที่สวดงดงามมากกว่าเด็กสาวทั่วไป แต่รวมทั้งทรวดทรงของเธอที่สมบูรณ์และอวบอิ่มมากกว่าเด็กสาวคนอื่นๆด้วยเช่นกัน ชายร่างอ้วนหายใจฟืดฟาด ตาจ้องเขม็งไล่ไปตามเรือนร่างของเด็กสาวจนทั่ว เด็กน้อยเริ่มรับรู้ถึงชะตากรรมที่จะต้องพบเจอ จึงยิ่งขยับตัวพลางส่งเสียงอู้อี้ให้สุดแรงเท่าที่มีอยู่เพื่อให้พ้นจากความอัปยศบัดสีที่อีกเพียงไม่นานก็จะถูกหยิบยื่นให้หล่อนด้วยน้ำมือของชายร่างอ้วนเบื้องหน้าเธอที่เริ่มถอดเสื้อผ้าของเขาออกทีละชิ้น
ครั้งหนึ่งที่เธอสะบัดหน้าไปโดนจมูกของเขาขณะที่เขาโน้มร่างอันมหึมาลงมาเพื่อใช้ลิ้นเลียไปทั่วใบหน้าของเธอ เขาโมโหจัดจนใช้มือตบหน้าของเธอไปอีกหนึ่งฉาด หัวของเด็กน้อยผงะไปตามแรงและโขกเข้ากับหัวเตียงจนมึนงงด้วยความเจ็บปวด ชายร่างอ้วนใช้มือกดไหล่สองข้างของหล่อนให้แนบชิดกับที่นอนไม่ใช่หล่อนดิ้นรนขัดขืน แล้วโน้มกายลงหาร่างของเด็กสาว
...ทัศนวิสัยของเด็กสาวถูกบดบังด้วยน้ำตาที่รินไหลออกมาเป็นทาง...
ตูม!!!
เสียงระเบิดดังลั่นเกิดขึ้นพร้อมๆกับแรงสั่นสะเทือนรุนแรง เศษประตูไม้ปลิวว่อนไปทั่วห้องข้างล่างด้วยพลังอันรุนแรงที่ใช้ในการทำลายประตู ชายร่างอ้วนเซถลาลงไปกลิ้งกับพื้นก่อนจะได้ย่ำยีเด็กสาว ส่วนเด็กสาวเองนั้นก็กลิ้งไปอีกด้านหนึ่งของเตียง ชายในชุดเครื่องแบบทหารสีดำถือหน้าไม้จำนวนหลายสิบคนผมขึ้นมาทางบันไดและวิ่งเข้ามายังห้องนอนแล้วล้อมรอบตัวชายร่างอ้วนเอาไว้ หน้าไม้หันเล็งไปยังเจ้าของแผงขนมปังผู้มากด้วยตัณหาที่อยู่กลางวงล้อม เด็กสาวงุนงงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พลางหันมองไปทางเหล่าทหารที่ควบคุมตัวชายร่างอ้วนไว้
"เฮ้ย นี่มันอะไรกัน" ชายตัณหากลับตะโกนขึ้น ก่อนจะโดนสันท้ายหน้าไม้ฟาดเข้าที่กกหู
"เงียบซะ ถ้ายังไม่อยากตาย" ทหารนายที่ใช้หน้าไม้ฟาดเอ่ยขึ้น บรรดาหน้าไม้ที่รายล้อมเริ่มขยับเข้าที่พร้อมยิงอีกครั้ง เพียงเท่านั้นชายร่างอ้วนร่างเปลือยเปล่าจึงเงียบลงได้
เสียงก้าวเท้าขึ้นบันไดดังขึ้นในความเงียบ เด็กสาวหันหน้าไปมองทางบันได หญิงสาวผู้หนึ่งในชุดเครื่องแบบทหารสีชมพูสดใส ด้านหลังสะพายกระบอกใส่ลูกธนูและหน้าไม้ขนาดใหญ่ก้าวเดินขึ้นมาด้วยท่าทีสง่างามพร้อมทหารหนุ่มสองนายที่หนึ่งคนถือผ้าห่มผืนหนึ่งตามหลังมา หล่อนเดินตรงมายังร่างของเด็กสาว ปลดพันธนาการออกทั้งหมดและหยิบผ้าห่มคลี่ออกคลุมร่างของเด็กสาว
"เจ้าไม่เป็นไรแล้วล่ะนะ พวกเรามาช่วยเจ้า" หล่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
เด็กสาวโผเข้ากอดหล่อนด้วยความรู้สึกดีใจ
"ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ" เด็กสาวเอ่ยคำขอบคุณไม่ขาดปาก น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม หญิงสาวเอื้อมมือมาลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ ก่อนช้อนตัวเด็กสาวพร้อมผ้าห่มขึ้นอุ้ม แล้วส่งร่างของเด็กสาวให้นายทหารด้านหลังคนหนึ่ง
"พาเธอกลับไปยังหน่วยของเรา และรักษาเธอซะ รวมทั้งจัดการเรื่องความสะอาดและอาหารการกินด้วย"
"ครับ หัวหน้า" นายทหารผู้นั้นชิดเท้ายืนตัวตรงแสดงความเคารพและอุ้มร่างของเด็กสาวลงบันไดไป หญิงสาวเบนหน้ากลับมายังร่างของชายร่างอ้วนที่นั่งตัวสั่นอยู่ท่ามกลางหน้าไม้และลูกธนูคมกริบที่ล้อมรอบตัว เธอสั่งการกับนายทหารด้วยเสียงอันดัง
"จับเจ้านี่ไปยังหน่วย สอบสวนมันซะและจัดการให้มันได้รับโทษสมกับความผิดที่มันก่อขึ้น" เธอก้มลงไปพูดคุยกับชายเจ้าของแผงขนมปัง
"อยากมีอะไรกับเด็กนักใช่ไหม งั้นก็ไปมีอะไรกับกำแพงคุกให้สมใจก่อนก็แล้วกัน"
"พามันไป" เธอสั่งการอีกครั้ง
"ครับ หัวหน้า" นายทหารทั้งหมดชิดเท้ายืนตรงแสดงความเคารพ ก่อนจะหันไปหยิบผ้าห่มมาคลุมร่างกายชายร่างอ้วนและควบคุมตัวเขาลงบันไดไป
"โชคดีที่เรามาทันเวลานะครับ หัวหน้าโซฟิเทีย" นายทหารที่ขึ้นบันไดตามหลังเธอมาอีกคนเอ่ยขึ้น
"อืม นั่นสิ ถือว่าเป็นโชคดีของเด็กคนนั้นที่เรามาทันเวลาก่อนที่จะถูกเศษสวะแบบนั้นทำอะไรลงไป" โซฟิเทียเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือปนด้วยความรู้สึกปวดร้าว สายตาที่แข็งกร้าวเปลี่ยนไปเป็นสายตาที่เจ็บปวดเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวดังเดิม
"กลับหน่วยกันเถอะ..." เธอเอ่ยขึ้น
"ครับ หัวหน้า" นายทหารผู้นั้นทำท่าทางเคารพเธอก่อนจะเดินตามเธอลงบันได...
เด็กน้อยเข้าใกล้แผงร้านค้าได้อย่างไม่เป็นที่สังเกตจากเจ้าของร้าน อาจเป็นเพราะร่างกายที่เล็กกว่าเด็กในรุ่นเดียวกันและความคล่องแคล่วว่องไวของเขา มือน้อยๆเอื้อมสูงขึ้นไปบนแผงก่อนหยิบฉวยเอาขนมปังขนาดย่อมหนึ่งก้อนก่อนจะดึงกลับลงมาสู่เจ้าของมือข้างนั้นที่ซ่อนอยู่ข้างใต้แผง เขาจัดการกับขนมปังก้อนนั้นจนหมดในเวลาเพียงไม่นาน ก่อนที่จะจดจ้องอยู่กับการเคลื่อนไหวของขาเจ้าของแผงเพื่อหาจังหวะขโมยขนมปังก้อนถัดไป
นั่นไง... ขาของเจ้าของแผงที่เดินกะโผลกกะเผลกเล็กน้อยเนื่องจากอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อนที่แกต้องสูญเสียขาไปหนึ่งข้างจนต้องใส่ขาไม้เทียมแทนหันกลับไปง่วนอยู่หน้าเตาอบขนมปังอีกครั้ง เด็กน้อยค่อยๆโผล่หัวออกมามองดูว่ามีใครมองมายังจุดที่เขาซ่อนตัวหรือไม่ เมื่อพบว่าไม่มีใครสนใจเขา จึงเริ่มเอื้อมมือไปหยิบขนมปังอีกก้อน มือน้อยๆส่ายสะเปะสะปะไปบนแผงไม้ที่มีขนมปังสดใหม่วางเรียงราย ยังไม่ทันที่จะได้สัมผัสถึงความอบอุ่นจากขนมปังร้อนๆจากเตา ก็มีอีกหนึ่งสัมผัสที่แห้ง หยาบกร้าน และเรี่ยวแรงมหาศาลที่บีบกำข้อมือเขาแน่น
"ไอ้เด็กเวร" เจ้าของแผงขนมปังออกแรงฉุดร่างเด็กน้อยให้ออกมาจากที่หลบซ่อน "แกกล้าดีอย่างไรจึงมาขโมยขนมปังของข้า" เขาตวาดเสียงลั่น ใบหน้าของเจ้าของแผงขนมปังที่เคยดูคล้ายกับซาลาเปาก้อนกลมสีขาวกลับกลายเป็นสีแดงก่ำด้วยโทสะ ชายร่างท้วมในชุดพ่อครัวสีขาวเหวี่ยงร่างเด็กน้อยปลิวไปตามแรง เด็กน้อยกลิ้งไปกับพื้น ร่างกายเจ็บแปลบไปแทบทุกส่วน ข้อศอก หัวเข่ามีรอยถลอกและเลือดเริ่มซึมออกมา เจ้าของแผงขนมปังก้าวเข้ามาหาพร้อมหักนิ้วเสียงกรอบแกรบ
"ข้าก็ว่าทำไมช่วงนี้ขนมปังจึงได้หายไปหลายก้อนนัก ที่แท้ก็ฝีมือของเจ้าเองใช่ไหม"
"ขออภัยเถอะท่านพ่อค้า แต่ข้าต้องการเพียงขอแบ่งปันขนมปังบางส่วนให้ข้ากับแม่ที่อดอยากเพียงเท่านั้น" เสียงเล็กๆที่เปี่ยมไปด้วยการร้องขอ วิงวอนความเห็นใจออกมาจากปากของเด็กน้อย
"เฮอะ... นี่มันของซื้อของขาย ใช่ของที่จะเอามาแจกให้กับพวกขอทานยาจกอย่างเจ้าเสียเมื่อไหร่ ชดใช้ค่าขนมปังที่เจ้ากินไปเสียดีๆ"
"แต่... ข้าไม่มีเงิน"
เพี้ยะ!!!
ใบหน้าของเด็กน้อยสะบัดไปตามแรงของฝ่ามืออวบอูมของเจ้าของแผงขนมปังที่ตบหน้าเขา หมวกสีน้ำตาลแก่หลุดออกจากหัวของเด็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าเรียวยาวและเรือนผมแผ่สยาย แม้ว่าหากมองดูผ่านๆ เด็กน้อยวัย 14 คนนี้จะดูสกปรกมอซอก็ตาม แต่ใบหน้าของเด็กน้อยกลับงดงามคมคายยิ่งกว่าเด็กสาวรุ่นเดียวกันเสียอีก
กลุ่มคนที่เดินผ่านไปมาเริ่มชะลอฝีเท้าและหยุดมุงดูเหตุการณ์เป็นวงกลมรอบคู่กรณี
"ที่แท้ก็เป็นเด็กผู้หญิงเองรึ ข้านึกวิธีที่จะให้เจ้าสามารถชดใช้ค่าขนมปังได้แล้ว" ชายร่างอ้วนตุ้ยนุ้ยพูดขึ้น เขาคว้าข้อมือบอบบางของเด็กสาวแล้วฉุดกระชากลากถูไปยังแผงขนมปัง ก่อนที่จะใช้อีกมือคว้าเชือกมามัดข้อมือและเท้าของเด็กสาวไว้ ผ้าเช็ดมือผืนยาวก็ถูกนำมามัดปิดปากเด็กสาวเอาไว้มิให้ส่งเสียง แล้วรีบร้อนเก็บข้าวของอุปกรณ์การทำขนมปังและขนมปังที่ทำเสร็จแล้วเก็บลงหีบไม้ ลั่นกุญแจร้านแน่นหนาเรียบร้อยแล้วเขาก็ยกร่างเด็กสาวขึ้นพาดบ่า เด็กน้อยพยายามดิ้นรน แต่สองมืออวบอิ่มก็ไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ
"เจ้าจะพาเด็กนั่นไปไหนรึ" ชายคนหนึ่งในจำนวนผู้ที่มุงดูเหตุการณ์และยืนอยู่ใกล้พ่อค้าขนมปังมากที่สุดเอ่ยขึ้น
"ข้าก็จะพาเจ้านี่ไปให้ทางการลงโทษข้อหาลักขโมยน่ะซี" พ่อค้าขนมปังเอ่ยพลางออกเดิน กลุ่มคนที่มุงอยู่เริ่มคลายออกและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันเช่นเดิม
เมื่อคิดว่าลับสายตาผู้คนแล้ว พ่อค้าขนมปังปลีกตัวเดินเข้าตรอกเล็กๆไปตามเส้นทางที่ตรงกันข้ามกับเส้นทางที่จะไปยังที่ว่าการเมือง เขากำลังเดินทางกลับบ้าน ผ่านถนนหิน ต่อด้วยถนนดินลูกรังสีแดงเมื่อสิ้นสุดถนนหิน เขาเดินไปจนสุดทาง เด็กน้อยเองก็พยายามดิ้นรนขัดขืนและร้องอู้อี้เพื่อต้องการเป็นอิสระมาตลอดทางด้วยเช่นกันจนเริ่มอ่อนแรง
เมื่อพ่อค้าขนมปังหยุดเดิน เด็กน้อยเหลียวมองรอบตัวก็พบแต่เพียงบ้านไม้หลังเก่าแต่สภาพยังดูดีตั้งอยู่เพียงหลังเดียว พ่อค้าขนมปังหยิบกุญแจออกมาไขกลอนประตูบ้านหลังนั้น ก้าวเข้าไปและรีบปิดประตูบ้าน ลงกลอนแน่นหนา แล้วแบกร่างเด็กสาวไปยังเตียงนอนที่อยู่บนชั้นสองของบ้าน เขาโยนร่างเด็กสาวลงบนเตียงที่มีฟูกนอนที่ออกจะแข็งกระด้างเกินกว่าจะเชื่อได้ว่ามีไว้สำหรับนอนก่อนจะเดินเข้าไปหา เด็กสาวพยายามขยับตัวถอยหนีแต่ก็ทำไม่ได้เพราะพันธนาการที่แขนและขาเป็นอุปสรรค พ่อค้าขนมปังเดินมาถึงตัวเด็กสาว เอื้อมมือออกไปยังร่างของเธอ
เสื้อผ้าของเด็กสาวถูกฉีกขาดกระจายเป็นเศษผ้า!!!
สายตาของพ่อค้าขนมปังกลับกลายเป็นสายตาของสัตว์ป่าที่หื่นกระหายเมื่อเห็นร่างของเด็กสาวในสภาพเปลือยเปล่า ไม่เพียงแค่ใบหน้าของเด็กสาวที่สวดงดงามมากกว่าเด็กสาวทั่วไป แต่รวมทั้งทรวดทรงของเธอที่สมบูรณ์และอวบอิ่มมากกว่าเด็กสาวคนอื่นๆด้วยเช่นกัน ชายร่างอ้วนหายใจฟืดฟาด ตาจ้องเขม็งไล่ไปตามเรือนร่างของเด็กสาวจนทั่ว เด็กน้อยเริ่มรับรู้ถึงชะตากรรมที่จะต้องพบเจอ จึงยิ่งขยับตัวพลางส่งเสียงอู้อี้ให้สุดแรงเท่าที่มีอยู่เพื่อให้พ้นจากความอัปยศบัดสีที่อีกเพียงไม่นานก็จะถูกหยิบยื่นให้หล่อนด้วยน้ำมือของชายร่างอ้วนเบื้องหน้าเธอที่เริ่มถอดเสื้อผ้าของเขาออกทีละชิ้น
ครั้งหนึ่งที่เธอสะบัดหน้าไปโดนจมูกของเขาขณะที่เขาโน้มร่างอันมหึมาลงมาเพื่อใช้ลิ้นเลียไปทั่วใบหน้าของเธอ เขาโมโหจัดจนใช้มือตบหน้าของเธอไปอีกหนึ่งฉาด หัวของเด็กน้อยผงะไปตามแรงและโขกเข้ากับหัวเตียงจนมึนงงด้วยความเจ็บปวด ชายร่างอ้วนใช้มือกดไหล่สองข้างของหล่อนให้แนบชิดกับที่นอนไม่ใช่หล่อนดิ้นรนขัดขืน แล้วโน้มกายลงหาร่างของเด็กสาว
...ทัศนวิสัยของเด็กสาวถูกบดบังด้วยน้ำตาที่รินไหลออกมาเป็นทาง...
ตูม!!!
เสียงระเบิดดังลั่นเกิดขึ้นพร้อมๆกับแรงสั่นสะเทือนรุนแรง เศษประตูไม้ปลิวว่อนไปทั่วห้องข้างล่างด้วยพลังอันรุนแรงที่ใช้ในการทำลายประตู ชายร่างอ้วนเซถลาลงไปกลิ้งกับพื้นก่อนจะได้ย่ำยีเด็กสาว ส่วนเด็กสาวเองนั้นก็กลิ้งไปอีกด้านหนึ่งของเตียง ชายในชุดเครื่องแบบทหารสีดำถือหน้าไม้จำนวนหลายสิบคนผมขึ้นมาทางบันไดและวิ่งเข้ามายังห้องนอนแล้วล้อมรอบตัวชายร่างอ้วนเอาไว้ หน้าไม้หันเล็งไปยังเจ้าของแผงขนมปังผู้มากด้วยตัณหาที่อยู่กลางวงล้อม เด็กสาวงุนงงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พลางหันมองไปทางเหล่าทหารที่ควบคุมตัวชายร่างอ้วนไว้
"เฮ้ย นี่มันอะไรกัน" ชายตัณหากลับตะโกนขึ้น ก่อนจะโดนสันท้ายหน้าไม้ฟาดเข้าที่กกหู
"เงียบซะ ถ้ายังไม่อยากตาย" ทหารนายที่ใช้หน้าไม้ฟาดเอ่ยขึ้น บรรดาหน้าไม้ที่รายล้อมเริ่มขยับเข้าที่พร้อมยิงอีกครั้ง เพียงเท่านั้นชายร่างอ้วนร่างเปลือยเปล่าจึงเงียบลงได้
เสียงก้าวเท้าขึ้นบันไดดังขึ้นในความเงียบ เด็กสาวหันหน้าไปมองทางบันได หญิงสาวผู้หนึ่งในชุดเครื่องแบบทหารสีชมพูสดใส ด้านหลังสะพายกระบอกใส่ลูกธนูและหน้าไม้ขนาดใหญ่ก้าวเดินขึ้นมาด้วยท่าทีสง่างามพร้อมทหารหนุ่มสองนายที่หนึ่งคนถือผ้าห่มผืนหนึ่งตามหลังมา หล่อนเดินตรงมายังร่างของเด็กสาว ปลดพันธนาการออกทั้งหมดและหยิบผ้าห่มคลี่ออกคลุมร่างของเด็กสาว
"เจ้าไม่เป็นไรแล้วล่ะนะ พวกเรามาช่วยเจ้า" หล่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
เด็กสาวโผเข้ากอดหล่อนด้วยความรู้สึกดีใจ
"ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ" เด็กสาวเอ่ยคำขอบคุณไม่ขาดปาก น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม หญิงสาวเอื้อมมือมาลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ ก่อนช้อนตัวเด็กสาวพร้อมผ้าห่มขึ้นอุ้ม แล้วส่งร่างของเด็กสาวให้นายทหารด้านหลังคนหนึ่ง
"พาเธอกลับไปยังหน่วยของเรา และรักษาเธอซะ รวมทั้งจัดการเรื่องความสะอาดและอาหารการกินด้วย"
"ครับ หัวหน้า" นายทหารผู้นั้นชิดเท้ายืนตัวตรงแสดงความเคารพและอุ้มร่างของเด็กสาวลงบันไดไป หญิงสาวเบนหน้ากลับมายังร่างของชายร่างอ้วนที่นั่งตัวสั่นอยู่ท่ามกลางหน้าไม้และลูกธนูคมกริบที่ล้อมรอบตัว เธอสั่งการกับนายทหารด้วยเสียงอันดัง
"จับเจ้านี่ไปยังหน่วย สอบสวนมันซะและจัดการให้มันได้รับโทษสมกับความผิดที่มันก่อขึ้น" เธอก้มลงไปพูดคุยกับชายเจ้าของแผงขนมปัง
"อยากมีอะไรกับเด็กนักใช่ไหม งั้นก็ไปมีอะไรกับกำแพงคุกให้สมใจก่อนก็แล้วกัน"
"พามันไป" เธอสั่งการอีกครั้ง
"ครับ หัวหน้า" นายทหารทั้งหมดชิดเท้ายืนตรงแสดงความเคารพ ก่อนจะหันไปหยิบผ้าห่มมาคลุมร่างกายชายร่างอ้วนและควบคุมตัวเขาลงบันไดไป
"โชคดีที่เรามาทันเวลานะครับ หัวหน้าโซฟิเทีย" นายทหารที่ขึ้นบันไดตามหลังเธอมาอีกคนเอ่ยขึ้น
"อืม นั่นสิ ถือว่าเป็นโชคดีของเด็กคนนั้นที่เรามาทันเวลาก่อนที่จะถูกเศษสวะแบบนั้นทำอะไรลงไป" โซฟิเทียเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือปนด้วยความรู้สึกปวดร้าว สายตาที่แข็งกร้าวเปลี่ยนไปเป็นสายตาที่เจ็บปวดเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวดังเดิม
"กลับหน่วยกันเถอะ..." เธอเอ่ยขึ้น
"ครับ หัวหน้า" นายทหารผู้นั้นทำท่าทางเคารพเธอก่อนจะเดินตามเธอลงบันได...